โซเชียล

ผู้เชี่ยวชาญวอนงดดื่มกิน "บ่อน้ำสีดำ" กลางป่า หลังชาวบ้านเชื่อรักษาโรคได้



ผู้เชี่ยวชาญคาดน้ำใน "บ่อน้ำสีดำ" จ.นราธิวาส เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ด้วยการทับถมจากซากพืชและสัตว์ วอนชาวบ้านงดดื่มกิน เสี่ยงมีเชื้อโรคปนเปื้อน


จากกรณีที่โลกออนไลน์ต่างเผยแพร่ภาพที่ชาวบ้านใน อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส พบบ่อน้ำสีดำอยู่บริเวณกลางป่า ก่อนที่จะเอามาดื่มกินและชำระร่างกาย โดยเชื่อว่าบ่อน้ำดังกล่าวเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ สามารถบรรเทาอาการบาดเจ็บและสามารถรักษาโรคได้

ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อ.ศรีสาคร ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำไปสุ่มตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์สงขลา และแจ้งว่า จะทราบผลว่าเป็นอันตรายหรือไม่ภายใน 3-4 วัน จึงขอวอนให้ชาวบ้านงดดื่มน้ำเพราะเกรงว่าเป็นอันตราย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผย ว่า บ่อน้ำสีดำเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุทั้งสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นและเกิดจากธรรมชาติ สำหรับบ่อน้ำที่ จ.นราธิวาส นี้คาดเป็นสารอินทรีย์ที่เกิดจากการทับถมของซากพืชและซากสัตว์

ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกับสารแทนนิน ที่อยู่ในใบชา หมาก กาแฟดำ ทำให้น้ำกลายเป็นสีดำและเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ สามารถพบได้ตามแหล่งธรรมชาติทั่วไป เช่น ป่าอเมซอนในทวีปอเมริกาใต้ และแหล่งน้ำบางจุดที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ดังนั้นการเกิดบ่อน้ำสีดำไม่ใช่เรื่องแปลก หลังจากที่ชาวบ้านนำขวดมาใส่น้ำในบ่อแล้วทิ้งไว้ค้างคืน พบว่าน้ำมีสีเปลี่ยนไปเป็นสีใส เกิดขึ้นจากสารดังกล่าวเมื่อเจอแสงก็สามารถเปลี่ยนสภาพได้เองตามธรรมชาติ


ถึงแม้ว่าสารชนิดแทนนินนี้จะสามารถบริโภคได้ แต่ก็ไม่ควรนำน้ำในบ่อมาดื่มกิน ซึ่งนอกจากจะส่งผลต่อระบบไตที่จะต้องทำงานหนักกว่าปกติแล้ว อาจมีเชื้อโรคและแบคทีเรียเจือปนอยู่ ดีที่สุดคือการดื่มน้ำที่สะอาด ซึ่งน้ำที่บริสุทธิ์อย่างแท้จริงจะต้องไม่มีกลิ่น ไม่มีสี และไม่มีสารเจือปน