ข่าว

โครงการ "คุมประพฤติจัดหนัก ดื่มแล้วขับ เข้าห้องดับจิต" สถิติ จ.นครพนม สูงสุด 402 คดี เตรียมใช้ EM ควบคุมประพฤติ



ที่ห้องประชุมเพชรพิมาน อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับ นพ.สมบูรณ์ ทศบวร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ได้แถลงข่าว "คุมประพฤติจัดหนัก ดื่มแล้วขับ เข้าห้องดับจิต" สำหรับโครงการดังกล่าว ผู้ถูกคุมความประพฤติในคดีขับรถขณะเมาสุรา และขับรถด้วยความประมาท หรือความผิดอื่นๆ ตามกฏหมายจราจร จะนำตัวไปเป็นจิตอาสา ทำงานบริการสังคมในสถานพยาบาล เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกให้รับรู้ถึงความสูญเสียและผลกระทบที่เกิด จากอุบัติเหตุทางถนน ทั้งในห้องฉุกเฉินและห้องดับจิต เมื่อวันที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมา


ด้าน พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า นอกจากจะนำผู้กระทำผิดมาเป็นจิตอาสาให้บริการสังคมแล้ว กรมคุมประพฤติ ยังมีมาตรการนำเครื่องมือติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ หรือ EM มาใช้กับผู้ถูกคุมประพฤติทุกกลุ่ม ทุกฐานความผิดด้วย โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มใช้เครื่องมือดังกล่าวได้ ซึ่งทางกรมคุมประพฤติจะจัดซื้อไว้ ในเดือนมิ.ย.นี้ ประมาณ 3,000 ชุด ซึ่งเบื้องต้นอาจยังจะไม่เพียงพอ เนื่องจากมีผู้ที่อยู่ในระบบคุมประพฤติประมาณ 450,000 คน ซึ่งกรมคุมประพฤติ จะทยอยจัดซื้อเพิ่มในปีต่อไป
ด้าน นพ.สมบูรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้กระทำผิดมาปฏิบัติหน้าที่บริการสังคมในโรงพยาบาลจำนวน 2,314 ราย โดยแบ่งเป็นการดูงานในห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน หอผู้ป่วยศัลยกรรมชายและห้องดับจิต โดยพิจารณาตามศักยภาพ ความรู้ ความสามารถพื้นฐาน และเพศ ให้เหมาะสมกับการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งเสนอให้มีการศึกษาพฤติกรรมของผู้เคยถูกคุมประพฤติว่า มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่


ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงความรู้สึก ของจิตอาสา อายุ 25 ปี ท่านหนึ่ง โดยจิตอาสาท่านนี้ ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ตนนั้นถูกคุมประพฤติ 24 ชั่วโมง เนื่องจากกระทำผิดในข้อหาเมาแล้วขับ ซึ่งวัดระดับปริมาณแอลกอฮอล์ได้ 190 มิลลิกรัม และได้ให้มาบริการสังคมที่โรงพยาบาล โดยได้รับหน้าที่ล้างอ่างล้างศพและตู้เย็นเก็บศพ ซึ่งจากการทำงานครั้งนี้ได้เห็นญาติของผู้สูญเสียจากการเมาแล้วขับ ทำให้รู้สึกสะเทือนใจ ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ และตระหนักถึงอันตรายจากการเมาแล้วขับ โดยตนนั้นตั้งใจว่า หลังจากนี้ตนนั้นจะเลิกดื่มสุราจริงๆ


นอกจากนี้ พ.ต.อ.ณรัชต์ ยังได้กล่าวอีกว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุ 3,690 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 390 ราย และบาดเจ็บ 3,808 คน ซึ่งมีคดีเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติจากสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ 120 แห่ง 5,173 คดี โดยสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดนครพนมมีคดีสูงสุดถึง 402 คดี รองลงมาสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพฯ 287 คดี และสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสุรินทร์ 285 คดี
ทั้งนี้ การนำมาตรการส่งผู้กระทำผิดขับรถขณะเมาสุราให้ทำงานบริการสังคมในสถานพยาบาล เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกให้รับรู้ถึงความสูญเสียและผลกระทบที่เกิดจากอุบัติเหตุทางถนน